การวิจัยของอิสราเอลซึ่งตีพิมพ์ใน medRxiv คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ก่อนการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญพบว่า ผู้ที่หายป่วยจาก Covid-19 ในช่วงที่มีการระบาดระลอกก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้น้อยกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนของ Pfizer-BioNTech

ข้อมูลชุดใหญ่ที่สุดในโลกที่วิเคราะห์เปรียบเทียบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่ได้จากการติด Covid-19 กับภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ซึ่งเป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ใช้อยู่ในขณะนี้แสดงให้เห็นว่า มีการกลับมาติดเชื้อซ้ำ (reinfection) น้อยกว่า

ผู้ที่ได้รรับวัคซีนของ Pfizer-BioNTech 2 โดสมีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์เดลตามากกว่าเกือบ 6 เท่า และมีโอกาสแสดงอาการป่วยมากกว่า 7 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติหลังหายป่วยจาก Covid-19

“การวิเคราะห์นี้แสดงให้เห็นว่าภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติคงอยู่นานกว่าและปกป้องการติดเชื้อ การแสดงอาการ และการเข้ารักษาในโรงพยาบาลจากสายพันธุ์เดลตาได้ดีกว่า” งานวิจัยระบุ และยังพบว่าการปกป้องจากภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่เกิดจากการติด Covid-19 ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปเช่นกัน

ส่วนความเสี่ยงที่จะติด Covid-19 สายพันธุ์เดลตาภายหลังการฉีดวัคซีน (vaccine breakthrough) สูงกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อซ้ำ 13 เท่า เมื่อการติดเชื้อครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. 2021 ซึ่งมากกว่าความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ติดเชื้อก่อนหน้านั้น

นอกจากนี้ยังพบว่า การฉีดวัคซีน 1 เข็มให้ผู้ที่เคยติด Covid-19 ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ทว่ายังไม่ทราบประโยชน์ระยะยาวของวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือบูสเตอร์โดส ซึ่งเพิ่งเริ่มฉีดในอิสราเอล

งานวิจัยชิ้นนี้ตรงกันข้ามกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ที่พบว่า ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนให้การปกป้องได้ดีกว่าภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่เกิดจากการติด Covid-19 อย่างไรก็ดีงานวิจัยชิ้นก่อนหน้าไม่ได้ศึกษาสายพันธุ์เดลตา